นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy)
(ปรับปรุงล่าสุด เมื่อ สิงหาคม 2568)
นโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ จัดทำขึ้นโดย บริษัท โซเบอร์ริน จำกัด (“บริษัทฯ”)
บริษัทฯ เคารพสิทธิส่วนบุคคลและให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการของบริษัทฯ บริษัทฯ จึงได้จัดทำนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ขึ้น เพื่อแจ้งแก่ผู้ใช้บริการว่า บริษัทฯ มีวิธีปฏิบัติในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการเพื่อนำไปใช้หรือเปิดเผยอย่างไร โดยมีวัตถุประสงค์ใดบ้าง และมีวิธีการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลอย่างไร ตลอดจนสิทธิตามกฎหมายของผู้ใช้บริการที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลด้วย ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
นโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ครอบคลุมการให้บริการต่าง ๆ ของบริษัท ทั้งทางเว็บไซต์, โซเชียลมีเดียและช่องทางอื่น ๆ แก่ผู้ใช้บริการและผู้มาติดต่อกับบริษัท แต่ไม่ใช้บังคับกับลูกจ้างและผู้สมัครงานกับบริษัท ผู้ใช้บริการยอมรับว่า การที่ผู้ใช้บริการใช้บริการของบริษัทผ่านทางช่องทางต่าง ๆ หรือการให้ข้อมูลกับบริษัท ถือว่าผู้ใช้บริการได้ยอมรับวิธีปฏิบัติของบริษัทตามที่ระบุในนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้แล้ว ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายในการพัฒนาและปรับปรุงการให้บริการให้มีความทันสมัย มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอยู่เสมอ บริษัทจึงอาจมีการปรับปรุงแก้ไขนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้เป็นครั้งคราว จึงขอให้ผู้ใช้บริการตรวจสอบนโยบายนี้เป็นระยะ ๆ เพื่อที่ผู้ใช้บริการจะได้ทราบนโยบายความเป็นส่วนตัวล่าสุดของบริษัท
ข้อ 1 บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการจากแหล่งใดบ้าง
- จากผู้ใช้บริการโดยตรง เช่น ข้อมูลที่ผู้ใช้บริการกรอกขณะลงทะเบียนสมัครใช้บริการ ข้อมูลที่ใช้ในการสมัครใช้บริการ, ข้อมูลบัญชีผู้ใช้งาน (Account) หรือข้อมูลที่ผู้ใช้บริการได้แก้ไขปรับปรุงในข้อมูลบัญชีผู้ใช้งาน (Account) ของผู้ใช้บริการ หรือข้อมูลที่ได้จากการที่ผู้ใช้บริการติดต่อกับบริษัทหรือทีมงานของบริษัท (เช่น ตัวแทน หรือข้อมูลที่ได้จากบัญชีผู้ใช้งาน (Account) อื่น ๆ ข้อมูลจากการใช้บริการของบริษัท การติดต่อ เยี่ยมชม ค้นหา ผ่านเว็บไซต์ และช่องทางอื่น ๆ ของบริษัท ตลอดจนข้อมูลในการร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งในแพลตฟอร์ม, การทำสำรวจ, งานสัมมนาและ Road Show
- เทคโนโลยีการติดตาม (tracking technology) เมื่อผู้ใช้บริการใช้งานเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นของบริษัท
- บุคคลภายนอก เช่น หน่วยงานของรัฐ สถาบันการเงิน พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ให้บริการข้อมูล โซเชียลมีเดีย แพลตฟอร์ม และผู้ให้บริการโฆษณาต่าง ๆ เป็นต้น
ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการให้เป็นปัจจุบัน และเพื่อปรับปรุงคุณภาพและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์และการให้บริการของบริษัทให้ดียิ่งขึ้น
ข้อ 2 การใช้คุกกี้ (Cookies) และเทคโนโลยีการติดตาม (tracking technologies) อื่น ๆ
บริษัท ใช้คุกกี้ (Cookies) และเทคโนโลยีการติดตาม (tracking technologies) อื่น ๆ เช่น Google Analytics และ Facebook Conversion Tracking เพื่อช่วยให้บริษัทเก็บข้อมูล เช่น ชนิดของเบราว์เซอร์ เวลาที่ใช้บริการออนไลน์ หน้าที่เข้าชม URL ที่อ้างอิง การตั้งค่าภาษาและข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์อื่น ๆ โดยมีวัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัย เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งานเว็บไซต์ เพื่อการแสดงผลข้อมูลที่มีประสิทธิผลยิ่งขึ้น เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลทางสถิติ และเพื่อพัฒนาประสบการณ์การเข้าชมเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้บริการขณะที่ใช้บริการออนไลน์ นอกจากนี้ คุกกี้เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้บริษัทสามารถเลือกการโฆษณาหรือข้อเสนอที่ผู้ใช้บริการน่าจะสนใจมากที่สุด เพื่อแสดงในขณะที่ผู้ใช้บริการใช้บริการออนไลน์หรือ เพื่อส่งอีเมลทางการตลาด และบริษัทยังใช้คุกกี้เพื่อติดตามการตอบสนองต่อโฆษณาออนไลน์และอีเมลทางการตลาด
ข้อ 3 ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม
-
ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล เช่น ชื่อ-นามสกุล, อายุ, วันเดือนปีเกิด, เพศ, สถานภาพสมรส, เลขประจำตัวประชาชน, เลขหนังสือเดินทางหรือข้อมูลยืนยันตัวตนอื่นที่รัฐออกให้, ที่อยู่ไปรษณีย์, สถานที่ทำงาน, หมายเลขโทรศัพท์, อีเมล, ไอดีไลน์, IP address, Cookie ID, ข้อมูลเบราว์เซอร์และข้อมูลอื่น ๆ เกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ผู้ใช้บริการใช้เพื่อเข้าถึงเว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น และช่องทางการสื่อสารอื่น ๆ ของบริษัท
-
ข้อมูลทางการเงิน เช่น เลขบัญชีเงินฝาก ประวัติทางการเงิน รายการทรัพย์สิน รายการเดินบัญชี
-
ข้อมูลการทำธุรกรรม เช่น การลงทุน คำสั่งเพิ่มทุน คำสั่งลดทุน รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับบริการที่ผู้ใช้บริการเคยใช้ พิจารณา หรือแนวโน้มการใช้บริการต่าง ๆ ของผู้ใช้บริการ
-
ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ต แอพพลิเคชั่น หรือโครงข่ายอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ เช่น ประวัติในการเยี่ยมชม ค้นหา และปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้บริการกับเว็บไซต์ของบริษัทหรือโฆษณาต่าง ๆ ข้อมูลที่เก็บรวบรวมจากคุกกี้ แท็กพิกเซล และเทคโนโลยีการติดตามอื่น ๆ
-
ข้อมูลเสียง ภาพ หรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์อื่นที่อาจบ่งชี้ตัวบุคคลได้ ซึ่งอาจรวมถึง ข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์
-
ข้อมูลที่ละเอียดอ่อน (Sensitive Data) บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อชาติ ศาสนา ข้อมูลสุขภาพของผู้ใช้บริการ ข้อมูลชีวภาพ ความทุพพลภาพ หรือข้อมูลที่ละเอียดอ่อนอื่นใดที่จะเป็นประโยชน์ในการให้บริการ ต่อเมื่อบริษัทได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากผู้ใช้บริการ หรือในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นตามที่กฎหมายอนุญาต โดยบริษัทอาจต้องเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลชีวภาพ (Biometric) เช่น ข้อมูลอัตลักษณ์เสียง เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์และยืนยันตัวตนของผู้ใช้บริการที่ขอสมัคร และ/หรือทำธุรกรรมผ่านเว็บไซต์ Call Center หรือช่องทางอื่นใด เป็นต้น
ข้อ 4 ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการไว้เป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ให้เสร็จสิ้น เว้นแต่กรณีที่กฎหมายกำหนดหรืออนุญาตให้เก็บรักษาข้อมูลไว้นานกว่า ซึ่งอาจมีกำหนดประมาณ 5 – 10 ปี หรือเกินกว่านั้นเท่าที่จำเป็น เช่น ตามอายุความที่กฎหมายกำหนดสำหรับเรื่องที่เกี่ยวข้อง เพื่อการดำเนินคดี หรือเพื่อการตรวจสอบของหน่วยงานที่กำกับดูแล
ข้อ 5 วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
- เพื่อบริการให้ตรงตามต้องการของผู้ใช้บริการ บริษัทจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ เพื่อที่ผู้ใช้บริการจะสามารถได้รับผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการที่ตรงตามวัตถุประสงค์ของผู้ใช้บริการตามสัญญาหรือตามที่ผู้ใช้บริการร้องขอ ในกรณีดังต่อไปนี้
- การพิจารณาอนุมัติและ/หรือให้บริการต่าง ๆ เช่น การเปิดบัญชีจัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัล การลงทุน การทำรายการเพิ่มทุน การทำรายการลดทุน
- การดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการต่าง ๆ เช่น การประมวลผล การติดต่อ การแจ้ง การมอบงานให้แก่บุคคลอื่นที่เป็นผู้ให้บริการภายนอก การโอนสิทธิและ/หรือหน้าที่
หากผู้ใช้บริการปฏิเสธไม่ให้ข้อมูลแก่บริษัท อาจทำให้บริษัทไม่สามารถจัดหาผลิตภัณฑ์และ/หรือให้บริการแก่ผู้ใช้บริการได้
-
เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ในการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัล กฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กฎหมายภาษีอากร กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กฎหมายคอมพิวเตอร์ และกฎหมายล้มละลาย บริษัทฯ มีการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ข้อมูลของกรรมการ ผู้มีอำนาจกระทำการแทน ตัวแทนของผู้ใช้บริการนิติบุคคล และบุคคลที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ เป็นต้น นอกจากนี้ บริษัทฯ มีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งของหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมาย รวมถึงบริษัทอาจมีความจำเป็นที่จะต้องให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในต่างประเทศ หากผู้ใช้บริการปฏิเสธไม่ให้ข้อมูลแก่บริษัท อาจทำให้บริษัทไม่สามารถให้บริการแก่ผู้ใช้บริการได้
-
เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เช่น
-
มาตรการรักษาความปลอดภัย บริษัทมีการบันทึกเสียงทาง Call Center การบันทึกภาพ CCTV ณ ทางเข้าออกบริษัท
-
การรักษาความสัมพันธ์กับผู้ใช้บริการ เช่น การจัดการข้อร้องเรียน การประเมินความพึงพอใจ การดูแลผู้ใช้บริการโดยพนักงานของบริษัท การสื่อสารหรือนำเสนอบริการต่าง ๆ ประเภทเดียวกันกับที่ผู้ใช้บริการมีอยู่กับบริษัทซึ่งเป็นประโยชน์กับผู้ใช้บริการเป็นระยะ ๆ
-
การบริหารความเสี่ยง การกำกับตรวจสอบ การบริหารจัดการภายในองค์กร รวมถึงการป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย เช่น การทุจริต การคุกคามทางไซเบอร์ การฟอกเงิน และกฎหมายอื่น ๆ
-
การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ (Anonymous Data)
-
วัตถุประสงค์ทางธุรกิจ บริษัทมีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติหรือประชาสัมพันธ์บริษัท เช่น การบันทึกภาพ บันทึกเสียงในการจัดประชุม อบรม สันทนาการ หรือการออกบูธ
ในกรณีที่ผู้ใช้บริการปฏิเสธไม่ให้ข้อมูลแก่บริษัท อาจทำให้บริษัทไม่สามารถให้บริการผู้ใช้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
- เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับประโยชน์จากการใช้ผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการ ตามที่ผู้ใช้บริการได้ให้ความยินยอมไว้ เช่น เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับบริการที่ดียิ่งขึ้นและสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บริการ เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับข้อเสนอ สิทธิประโยชน์พิเศษ คำแนะนำ และข่าวสารต่าง ๆ รวมถึงสิทธิในการเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษ เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ใช้บริการปฏิเสธไม่ให้ข้อมูลแก่บริษัท อาจทำให้บริษัทไม่สามารถให้บริการผู้ใช้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
ข้อ 6 บริษัทเปิดเผยข้อมูลให้กับใครบ้าง
บริษัทจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อบุคคลใดโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้บริการก่อน อย่างไรก็ดี ผู้ใช้บริการรับทราบและยินยอมว่า เพื่อประสิทธิภาพในการให้บริการหรือเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการให้กับบุคคลต่อไปนี้
-
บริษัทในเครือ
-
พันธมิตรทางธุรกิจ
-
ผู้ให้บริการประมวลผลข้อมูล ทั้งในและต่างประเทศ
-
หน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย
โดยในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลดังกล่าว บริษัทจะดำเนินการให้บุคคลเหล่านั้นเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการไว้เป็นความลับ และไม่นำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากขอบเขตที่บริษัทได้กำหนดไว้
ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับจากผู้ใช้บริการ จะถูกเก็บไว้บนศูนย์ข้อมูล (Cloud) ของผู้ให้บริการประมวลข้อมูลซึ่งเป็นบุคคลภายนอกและมีเซิร์ฟเวอร์ตั้งอยู่ทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศ ทั้งนี้ การถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการของบริษัทไปยังผู้ให้บริการประมวลผลข้อมูลภายนอกดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อความปลอดภัยในการเก็บรักษา การสำรองข้อมูล บริการเรียกข้อมูล และเพื่อประโยชน์ในการให้บริการ ซึ่งบริษัทได้ตรวจสอบและเลือกผู้ให้บริการอย่างรอบคอบและมีข้อตกลงเกี่ยวกับมาตรการในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและขอบเขตการประมวลผลข้อมูลกับผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง โดยในกรณีที่ผู้ใช้บริการให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัท จะถือว่าผู้ใช้บริการได้ให้ความยินยอมในการถ่ายโอนข้อมูลข้ามพรมแดนและการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการในต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้น
อย่างไรก็ดี หากผู้ใช้บริการเชื่อว่าบุคคลที่บริษัทเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการตามข้างต้น ได้มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากขอบเขตที่บริษัทได้กำหนดไว้ ผู้ใช้บริการสามารถแจ้งบริษัทตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ เพื่อดำเนินการในส่วนเกี่ยวข้องต่อไป
นอกจากนี้ บริษัทอาจต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น การเปิดเผยข้อมูลต่อหน่วยงานราชการ หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลการให้บริการ หรือหน่วยงานกำกับดูแลผู้ใช้บริการ รวมถึงในกรณีที่มีการร้องขอให้เปิดเผยข้อมูลโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย อาทิ การร้องขอข้อมูลเพื่อการฟ้องร้องหรือดำเนินคดีตามกฎหมาย หรือเป็นการร้องขอจากหน่วยงานเอกชน หรือบุคคลภายนอกอื่น ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการทางกฎหมาย รวมถึงในกรณีที่มีความจำเป็นตามสมควรในการบังคับใช้ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้บริการของบริษัท ตลอดจนการเปิดเผยข้อมูลในกรณีที่มีการปรับโครงสร้างองค์กร การควบรวมบริษัท หรือการขายกิจการ บริษัทอาจถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนที่บริษัทเก็บรวบรวมไว้ไปยังบริษัทที่เกี่ยวข้อง
ข้อ 7 สิทธิของผู้ใช้บริการในจัดการกับข้อมูลส่วนบุคคล
- การแก้ไข หรือลบข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ใช้บริการสามารถแก้ไขหรือลบข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการได้ตลอดเวลา ผู้ใช้บริการสามารถขอ “แบบคำขอเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล” เพื่อกรอกข้อมูลและส่งให้กับบริษัททาง compliance@soberin.com ทั้งนี้ การลบข้อมูลอาจทำให้ผู้ใช้บริการไม่สามารถรับบริการจากบริษัทได้ หรืออาจทำให้การให้บริการไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
ในกรณีที่มีการร้องขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการจากระบบหรือฐานข้อมูลผู้ใช้บริการของบริษัทนั้น บริษัทจะพยายามอย่างเต็มที่ตามความสามารถของระบบงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกและดำเนินการตามคำร้องขอของผู้ใช้บริการ เว้นแต่จะปรากฏข้อเท็จจริงว่า การดำเนินการตามคำร้องขอนั้นจะเสี่ยงต่อการละเมิดนโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้บริการรายอื่น หรือเป็นการขัดต่อกฎหมาย หรือมีความจำเป็นที่จะต้องเก็บข้อมูลไว้เพื่อเป็นพยานหลักฐานในการตรวจสอบหรือดำเนินคดีตามกฎหมาย หรือเพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมายที่ใช้บังคับ หรือเพื่อเป็นไปตามนโยบายความปลอดภัยของระบบ หรือกรณีที่เป็นการพ้นวิสัยในทางปฏิบัติตามคำร้องขอของผู้ใช้บริการ
อย่างไรก็ดี แม้ว่าบริษัทจะได้ดำเนินการตามคำร้องขอของผู้ใช้บริการแล้ว ข้อมูลดังกล่าวอาจจะยังคงมีการบันทึกหรือทำสำเนาไว้ที่เซิร์ฟเวอร์ (Server) หรือระบบสำรอง (Backup System) ของบริษัท เพื่อเป็นการสำรองข้อมูลในกรณีที่เกิดความผิดพลาด บกพร่อง หรือเกิดจากความขัดข้องของระบบ
-
การขอเข้าถึง และขอสำเนาอิเล็กทรอนิกส์ของข้อมูลส่วนบุคคล การขอให้เปิดเผยและโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบุคคลอื่นด้วยวิธีการอัตโนมัติ การจำกัดหรือระงับการใช้ การปฏิเสธการประมวลผลข้อมูล ผู้ใช้บริการสามารถขอ “แบบคำขอเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล” เพื่อกรอกข้อมูลและส่งให้กับบริษัททาง compliance@soberin.com
-
การยกเลิกความยินยอม ผู้ใช้บริการสามารถถอนความยินยอมของผู้ใช้บริการที่ได้ให้แก่บริษัทเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลหรือกิจกรรมที่เฉพาะเจาะจงต่าง ๆ ได้ทุกเวลาโดยติดต่อมายังบริษัทตามข้อมูลที่ระบุไว้ด้านล่าง
นอกจากนี้ หากผู้ใช้บริการไม่ประสงค์จะรับข้อมูลและข่าวสารประชาสัมพันธ์จากบริษัท ผู้ใช้บริการสามารถดำเนินการดังนี้
- กรณีไม่ประสงค์รับข้อมูลข่าวสารทางโทรศัพท์: โปรดแจ้งความประสงค์ทาง compliance@soberin.com
- กรณีไม่ประสงค์รับข้อมูลข่าวสารทางอีเมล (E-Mail): ผู้ใช้บริการสามารถกด “ยกเลิกรับข้อมูลข่าวสาร” ในอีเมลที่ผู้ใช้บริการได้รับจากบริษัทได้ทันที
- การร้องเรียน ผู้ใช้บริการมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่บริษัทหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของบริษัทหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติดังกล่าว
ข้อ 8 ข้อมูลของบริษัทและเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท
ผู้ใช้บริการสามารถติดต่อบริษัทได้ที่ เลขที่ 1989 หมู่ที่ 6 ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ 10270
เพื่อให้การปฏิบัติตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัทเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทฯ ได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งจะให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการได้ หากผู้ใช้บริการมีข้อสงสัยหรือข้อแนะนำเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติของบริษัทเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ใช้บริการสามารถแจ้งบริษัทได้ทาง compliance@soberin.com